Blog

การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมยุคใหม่สังคมไร้เงินสด

การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมยุคใหม่สังคมไร้เงินสด

ไอทีและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
การทำธุรกรรมแต่ละอย่างต้องใช้เงิน ในอดีตเรามีปัญหาการทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็ก เช่น หากเราจะซื้อของสักอย่างที่มีราคาสูงๆ อาจจะต้องพกเงินเป็นปึกๆ หรือจะซื้อก๋วยเตี๋ยวซักถุงแต่มีแบงค์ 1000 ซึ่งเป็นปัญหาการทอนเงินให้ลูกค้า แม้แต่ร้านสะดวกซื้อยังเกิดดราม่าทอนเงินไม่ครบ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องพกเศษเหรียญจำนวนมากเพื่อทอนให้กับผู้โดยสาร แต่การมาของ 'สังคมไร้เงินสด' จะช่วยให้เราสะดวกมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นสู่ 'สังคมไร้เงินสด' ปัญหาดราม่าต่างๆเกี่ยวกับเงินสดต่างๆจะลดลง เมื่อระบบไร้เงินสดเข้ามาแทนที่ ปัจจุบันเรามีความสะดวกในการชำระเงินผ่านการ์ดต่างๆ เช่น บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด, mPay, Line Pay ฯลฯ และหากเรามีลูกค้าเป็นชาวจีน ก็มีระบบการชำระเงินออนไลน์ เช่น Ali Pay, We Chat Pay รองรับ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสะบายในการซื้อสินค้า โดยไม่ต้องพกเงินติดตัวเป็นจำนวนมากเหมือนในอดีต การปรับตัวสู่ 'สังคมไร้เงินสด' เราต้องปรับตัว เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด เพราะคู่แข่งของเราเริ่มแล้วนะ หลายประเทศก็เริ่มใช้งานกันแล้ว ปัจจุบันนี้สังคมไร้เงินสดที่เห็นได้ชัดก็คือ 'บัตรสวัสดิการคนจน' นั่นเอง ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือ ซื้อของใช้ประจำวัน ชำระค่าน้ำค่าไฟฟ้า ก็จะชำระผ่านบัตรนี้ทั้งสิ้นไม่ต้องพกเงินสด สิ้นเดือนรัฐบาลก็จะเติมเงินเข้ามาในบัตร การใช้เงินต่างๆของผู้ใช้บัตร รัฐบาลก็สามารถตรวจสอบได้
Read More
100 ไอเดียการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติด Google

100 ไอเดียการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติด Google

ไอทีและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้น เนื่องจาก หากไม่มีผู้คนเข้าชมเว็บของเราในจำนวนที่มากพอ เราอาจะจะไม่สามารถเปิดเผยเว็บไซต์ของเราต่อผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของเราได้ ดังนั้นเราต้องตระหนักถึงความสำคัญ ของการจราจร (หรือ Traffic) ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อที่เราจะสามารถใช้ขั้นตอนในการทำ SEO เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของจำนวนคนเข้าเว็บที่เราตั้งใจไว้ เรามาดูกันว่า การทำ SEO ทั้ง 100 ไอเดียนั้นมีอะไรกันบ้าง? 1. เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าชมเว็บ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้น เนื่องจาก หากไม่มีผู้คนเข้าชมเว็บของเราในจำนวนที่มากพอ เราอาจะจะไม่สามารถเปิดเผยเว็บไซต์ของเราต่อผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของเราได้ ดังนั้นเราต้องตระหนักถึงความสำคัญ ของการจราจร (หรือ Traffic) ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อที่เราจะสามารถใช้ขั้นตอนในการทำ SEO เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของจำนวนคนเข้าเว็บที่เราตั้งใจไว้ 2. ให้เลือกชื่อโดเมน หรือชื่อเว็บไซต์ของเรา อย่างระมัดระวัง เป็นเรื่องสำคัญมากที่ชื่อโดเมนของเว็บไซต์ของเรา ควรจะเกี่ยวข้องกับหัวข้อกับที่เราตั้งใจไว้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จะเป็นการดีที่สุดถ้าหัวข้อของเว็บไซต์ของเรา จะเหมือนกับชื่อโดเมนของเรา เพื่อให้ผู้คนสามารถกลับมาดูและเยี่ยมชมเว็บของเราได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเราควรจะใช้เวลาในการหาชื่อโดเมนที่เหมาะสมกับเนื้อหาที่เราต้องการสร้าง 3. จะต้องสร้างคำหลักหรือ Keyword ในเว็บไซต์ของเรา หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่เราต้องทำ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จทางการตลาดออนไลน์ คือการสร้างคำหลักในเว็บไซต์ของเรา เมื่อเราให้ความสำคัญกับคำหลัก เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากมัน และเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บของเราได้ด้วย และถ้าเป็นไปได้ เรายังสามารถใช้ประโยชน์ได้ของชื่อโดเมนของเรา หากชื่อโดเมนของเราเป็นคำหลักเช่นกัน 4. ต้องเลือกใช้เครื่องมือคำหลัก หรือ Keyword Tools การใช้เครื่องมือ เพื่อกำหนดคำหลักในไซต์ของเรา จะช่วยเว็บไซต์ของเราในระยะยาว การใช้ SEO เป็นหนึ่งในเทคนิค ที่จะช่วยให้เราได้รับการเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น มีเครื่องมือหาคำหลักอยู่มากมายที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมือประเภทไหน เราควรแน่ใจว่าเครื่องมือที่ใช้งานนั้นจะมีประสิทธิภาพ เพื่อที่เราจะไม่เสียเวลาของเราให้มัน 5 ชื่อโดเมนที่มีขีดกลาง หรือ hyphens ในการสร้างชื่อโดเมน เราอาจเจอบทความซึ่งอาจแนะนำไม่ให้ใช้ขีดกลางบนโดเมนของเรา เราควรคิดใหม่ว่าใช้เครื่องหมายขีดกลางบนชื่อโดเมนของเรา ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่อย่างไรก็ตามเราควรจะรู้ว่าคนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ ไม่ชอบพิมพ์ชื่อโดเมนที่มีขีดกลาง 6. เราต้องใช้ประโยชน์จากเครื่องมือแนะนำชื่อโดเมน ในวันนี้ เรามีเครื่องมือคำที่สามารถแนะนำชื่อโดเมนอยู่เป็นจำนวนมากอยู่บนอินเทอร์เน็ต เราควรใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดังกล่าว เราเพียงแค่ใส่คำหลักที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของเว็บไซต์ของเรา เครื่องมือเหล่านี้ จะช่วยเราให้สามารถเลือกชื่อโดเมนได้ดีมากขึ้น 7. เนื้อหาเว็บไซต์ของเราต้องน่าสนใจ หากเราต้องการให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราเป็นประจำ เราจะต้องสร้างสิ่งต่างๆมากมาย เนื้อหาต้องเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงสำหรับผู้อ่าน และจะดีกว่านี้ถ้าเราสร้างมันด้วยตนเอง หรือ Unique ดังนั้นเราต้องเริ่มเขียนบทความสำหรับเว็บไซต์ของเราในวันนี้ เขียนบทความด้วยการใช้ข้อมูลที่มีคุณค่า เพื่อให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถที่จะชื่นชมมัน แล้วกลับมาอ่านอีกครั้ง 8. มากับชื่อโดเมนที่น่าจดจำ เมื่อต้องการเลือกชื่อโดเมนของไซต์เรา เราจะต้องทำให้เป็นที่น่าจดจำเท่าที่เราจะทำได้ ชื่อโดนเมนที่เราตั้งควรจะจำง่ายและสั้น เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ และด้วยความสั้นของชื่อโดเมน จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำชื่อเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น 9. เพิ่มเนื้อหาในเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้น เราต้องจำไว้ว่า เพื่อให้ผู้เข้าชมเ็บไซต์ ซื้อสินค้า หรือลงชื่อสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และบริการเรา เราต้องโน้มน้าวพวกเขาก่อน เราควรจะรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนเป็นอย่างไรจากการเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ลูกค้ากลัมาที่เว็บไซต์ของเราอีกครั้ง เราต้องให้เหตุและผลแก่ลูกค้าว่าทำไมต้องซื้อหรือใช้บริการของเราอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นคือ การที่เว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่ใหม่ และมีการอัปเดตสม่ำเสมอ…
Read More
การเตรียมเงินสำรองยามฉุกเฉินให้กับตนเอง

การเตรียมเงินสำรองยามฉุกเฉินให้กับตนเอง

การวางแผนการเงิน
การเตรียมเงินสำรองยามฉุกเฉิน เป็นความจำเป็นที่ทุกคนต้องจัดเตรียมไว้ในชีวิต เพราะจะช่วยให้เรามีหลักประกัน ที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ในระดับหนึ่งโดยไม่เดือดร้อน แล้วต้องเตรียมเงินสำรองอย่างไร? การเตรียมเงินสำรองยามฉุกเฉิน สามารถเตรียมได้หักเงินส่วนหนึ่งจากรายได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น หากเราเป็นพนักงานกินเงินเดือน เราก็ต้องเริ่มเก็บเงินหลังจากเงินเดือนออกทันที อย่างน้อยก็ควรจะ 10% ของเงินเดือน เป็นประจำทุกเดือน หากเราทำธุรกิจส่วนตัว ก็ต้องทำเช่นเดียวกับพนักงานกินเงินเดือน คือเก็บอย่างน้อย 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย หรือก็คือกำไรนั่นเอง หากเราเกาะคนอื่นกิน ไม่คิดทำงาน หารายได้ของตนเอง จะมี 2 ทางเลือก คือ หางานทำ แล้วเริ่มเก็บเงิน อยู่อย่างนั้นต่อไป แล้วกลายเป็นคนแก่ที่ไร้ประโยชน์ แล้วต้องเตรียมเงินสำรองเท่าไหร่? จำนวนเงินที่เหมาะสมในการเตรียมเงินสำรองยามฉุกเฉินนั้น ถ้าเป็นพนักงานกินเงินเดือน หากต้องตกงาน 6 เดือนก็ไม่เดือดร้อน พูดง่ายๆก็คือเงินสำรองที่เก็บ จะต้องเก็บเงิน ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ได้อย่างน้อย 6 เดือน เช่น ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายทุกเดือน เดือนละ 10,000 บาท ก็ต้องเก็บเงินให้ได้อย่างน้อย 60,000 บาท เป็นต้น ถ้าเราทำธุรกิจส่วนตัว ก็ต้องเก็บให้ได้อย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เช่นกัน
Read More